อนาคตอินฟลูเอนเซอร์ฟิตเนส: เทรนด์ โอกาส สร้างรายได้

การลงทุนครั้งใหญ่ของแบรนด์ชุดออกกำลังกายระดับโลกอย่าง Gymshark ในแพลตฟอร์มอินฟลูเอนเซอร์ฟิตเนส AI เมื่อต้นเดือนพฤษภาคม 2568 ที่ผ่านมานี้ กำลังเขย่าวงการครั้งสำคัญ ซึ่งไม่เพียงแค่ส่งสัญญาณถึงการเปลี่ยนผ่าน แต่ยังเป็นการประกาศลั่นว่า “อนาคตของฟิตเนส” กำลังมาถึงเร็วกว่าที่คิด

แหล่งข่าววงในเปิดเผยว่า Gymshark ได้ทุ่มงบประมาณกว่า 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อเข้าถือหุ้นใหญ่ใน “SynapseFit AI” สตาร์ทอัพที่พัฒนาเทคโนโลยีอินฟลูเอนเซอร์เสมือนจริงสำหรับวงการฟิตเนสโดยเฉพาะ การเคลื่อนไหวครั้งนี้มีเป้าหมายชัดเจนที่จะสร้าง “กองทัพอินฟลูฯ ฟิตเนส AI” ที่สามารถปรับแต่งคอนเทนต์ได้เฉพาะบุคคล ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานได้อย่างไร้ขีดจำกัด และที่สำคัญคือสามารถทำงานได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายในการเดินทางหรือการจัดตารางงานที่ซับซ้อนเหมือนอินฟลูเอนเซอร์ที่เป็นคน

นักวิเคราะห์มองว่าดีลนี้เป็นการสยบทุกข้อกังขาที่ว่า AI จะเข้ามาแทนที่อินฟลูเอนเซอร์ตัวจริงได้อย่างไร เพราะ SynapseFit AI ไม่ได้เพียงแค่สร้างหน้าตาที่เหมือนมนุษย์ แต่ยังสามารถวิเคราะห์ข้อมูลสุขภาพของผู้ใช้งาน สร้างโปรแกรมออกกำลังกายและโภชนาการส่วนบุคคล ไปจนถึงการให้กำลังใจและตอบคำถามแบบเรียลไทม์ ซึ่งสิ่งเหล่านี้อินฟลูเอนเซอร์ที่เป็นมนุษย์อาจไม่สามารถทำได้ในระดับความละเอียดและรวดเร็วเท่า

ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงนี้ อินฟลูเอนเซอร์ฟิตเนสชื่อดังอย่าง Kayla Itsines ผู้บุกเบิกเทรนด์ BBG ก็ได้ให้ความเห็นผ่านอินสตาแกรมส่วนตัวว่า “เทคโนโลยีคือสิ่งที่เราหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ความเป็นมนุษย์คือจุดแข็งของเรา” ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายที่คนในวงการต้องเผชิญ พร้อมกับการเร่งปรับตัวเพื่อหาจุดยืนใหม่ในสมรภูมิที่กำลังถูกขับเคลื่อนด้วย AI

สิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไปคือ การแข่งขันที่ดุเดือดขึ้นระหว่างอินฟลูเอนเซอร์ที่เป็นมนุษย์และ AI โดยเฉพาะในกลุ่มแอปพลิเคชันฟิตเนสที่กำลังพัฒนาระบบรองรับอินฟลูเอนเซอร์เสมือนจริงเหล่านี้ นักลงทุนและผู้เชี่ยวชาญคาดการณ์ว่าภายในปี 2026 เราจะได้เห็นเทรนด์การออกกำลังกายที่บ้านผสมผสานกับการโค้ชโดย AI อย่างแพร่หลาย ซึ่งอินฟลูเอนเซอร์ตัวจริงที่สามารถสร้างความผูกพันกับผู้ติดตามอย่างลึกซึ้ง และนำเสนอคุณค่าที่ AI ให้ไม่ได้ จะยังคงเป็นที่ต้องการของตลาด